วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2556

QR - Code

QR Code ที่เราเห็นทั่วๆไป จะเห็นเป็นสีดำ กับสีขาว บ้างครั้งเราอาจต้องใช้ QR Code ไปใช้กับงานศิลป ไม่ว่าจะติด QR Code ไว้ตามป้ายโฆษณา ทำให้ไม่ค่อยสอดคล้องกับงานของเรา ในบทความนี้เราจะมาดูวิธีการเติมสีสันให้กับ QR Code และเติมโลโก้ ของเราลงในตัว QR Code ด้วยฟังแล้วไม่ธรรมดาเลยใช่ไหมครับเรามาดูวิธีการทำเลยดีกว่า Unitag Qrcode เป็นเว็บไซต์บริการสร้าง QR Code แต่ จะมีความสามารถพิเศษกว่าเว็บอื่นคือ สามารถทำสีสัน และใส่โลโก้ลงไปด้วย อย่าแรงเข้าไปยังเว็บ Unitag Qrcode ก่อน Step 1 เข้าเว็บ http://en.unitag.fr/qrcode กรอกรายละเอียดที่เราจะสร้าง (ในตัวอย่าง เลือก QR - Code แบบ Url เว็บไซต์)

http://www.unitaglive.com/qrcode


http://joegtec.blogspot.com  ภาพบน








QR-Code สามารถอ่านอะไรได้บ้าง


ในช่วงเริ่มแรก QR Code สามารถอ่านได้เขียน ข้อมูล text , url ,email ,เบอร์โทรศัพท์ แต่ปัจจุบัน QR Code พัฒนาให้สามารถอ่าน ข้อมูลรูปแบบอื่นๆได้มากขึ้น เช่น VCard, Email Address, Event Calendar และ WiFi Network และยังสามารถปรับตกแต่งสีของ QR Code ได้ตามใจชอบอีกด้วย เอาละครับเราพอจะรู้เรื่อง QR Code พอคราวๆ วันนี้ผมจะเสนอ เว็บไซต์ที่บริการ สร้าง QR Code ขึ้นมาฟรีๆโดยมีทั้งเว็บไวต์บริการ ของประเทยไทย ซึ่งทำให้เราสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้นผมของยกตัวอย่างมาสัก 4 เว็บไซต์

ตัวอย่างเว็บไซต์บริการสร้าง QR Code ฟรี!!

  http://qrcode.ais.co.th/php/newqr-th.php (ของ Ais ประเทศไทย)   http://qrcode.thaiguild.com/ (ของไทยเช่นกัน)  http://zxing.appspot.com/generator/ http://qrcode.kaywa.com/ Note: QR-Code จะมีเส้นจำนวนมากหากเราใส่ข้อมูลมาก และอาจจะส่งผลให้การอ่าน QR-Code ทำงานช้าลง และอาจจะอ่านไม่ได้เลย QR-Code ที่ถูกอ่านไปยัง URL จึงเป็นที่นิยมมากที่สุด   http://qrcode.ais.co.th/php/newqr-th.php (ของ Ais ประเทศไทย)      http://qrcode.thaiguild.com/      http://zxing.appspot.com/generator/    http://qrcode.kaywa.com/      ไม่อยากเลยน่ะครับ กับวิธีสร้าง QR - Code ถ้าเห็นบทความมีประโยชน์ กด link ให้เพื่อน เลยครับ ^^  

วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556

โปรแกรมจัดการอุปกรณ์ Android

https://www.google.com/android/devicemanager

โปรแกรมจัดการอุปกรณ์ Android










จากที่ได้ทดสอบ
1.เพื่อให้ได้ระดับแม่นยำในพิกัด ภาพบน ประมาณ 19เมตร ให้เปิด wifi สังเกตว่าเมื่อเปิดกับ gps กับได้พิกัดกว้างไป


i-mobile IQ 5.3
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 สิงหาคม 2556
ตำแหน่งล่าสุดเมื่อ 23:47
รามคำแหง 24 แยก 8 แขวง หัวหมาก เขต บางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240 ประเทศไทย - แม่นยำระดับ 19 เมตร
ใช้ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2556

มือถือหาย! ได้คืนด้วย Android Device Manager บริการใหม่จาก Google

Home » Smart tech » มือถือหาย! ได้คืนด้วย Android Device Manager บริการใหม่จาก Google
ปัจจุบันนี้โลกเราล้วนเต็มไปด้วยมิจฉาชีพที่จ้องจะขโมยฉกทรัพย์สินจากเรา โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน สมัยนี้ที่มีราคาค่อนข้างสูง หลักหมื่นบาทขึ้นไป เรียกได้ว่ากำลังเป็นที่ต้องการของตลาด ซื้อง่าย ขายคล่อง ได้เงินเร็ว
ฉะนั้นผู้ใช้จึงต้องมีความรอบคอบระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ ไม่ขี้หลงขี้ลืม,เก็บใส่กระเป๋าไม่มิดชิดเป็นเหตุล่อตาล่อใจแก่ผู้ที่จ้องจะขโมย สามารถลงมือได้อย่างง่ายดาย เอาเป็นว่าถ้าเราป้องกันดีอย่างดีที่สุดแล้ว แล้วมันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ ก็ต้องพึ่งบริการจาก Google ซะแล้ว !
google_android_device_manager_settings

กับบริการใหม่ล่าสุดที่มีชื่อว่า Android Manager ที่จะช่วยบริการค้นหาและติดตามมือถือ Android ที่สูญหาย คล้ายของ iOS ที่มีบริการ Find iPhone ซึ่งก็มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกัน
locate-android-phone
1. โดยเจ้า Android Device Manager มันจะสามารถค้นหาและส่งเสียงไปยังมือถือที่หายได้ รวมถึงยังสามารถค้นหาพร้อมแสดงตำแหน่งล่าสุดพร้อมแสดงบนแผนที่และส่งเสียงไปยังมือถือหากมือ Android นั้นๆ อยู่บริเวณใกล้ๆ ก็จะช่วยให้เราได้ยินเสียง
Android-Device-Manager-security-device-administrators
2. สามารถช่วยป้องกันข้อมูลส่วนตัวที่อยู่ใน สมาร์ทโฟนของเราเมื่อเครื่องเกิดสูญหาย
ในกรณีที่เรามีข้อมูลส่วนตัวที่อาจจะส่งผลต่อชื่อเสียงหรือหน้าที่การงาน ด้วยบริการนี้เราสามารถสั่งลบข้อมูลทุกอย่างบน Android ได้ทันที (แต่มีข้อแม้ว่าสมาร์ทโฟนเครื่องนั้นๆ จะต้องเปิดเครื่องและเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตอยู่ด้วย)
thumb
สำหรับผู้ที่สนใจ Android Device Manager ก็สมารรองรับการใช้งานบน Android 2.2 ขึ้นไป พร้อมทั้งทำงานร่วมด้วยกับ Google หรือ Gmail ที่เราล็อคอินไว้บนมือถือ ซึ่งคาดการณ์ว่า Android Device Manager จะเปิดใช้งานจริงประมาณเดือนกันยายนนี้

วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2555

share aircard

ใช้ 2 คำสั่ง ใน cmd win7


1.C:\Users\joe>netsh wlan set hostednetwork mode=allow ssid=mytrue key=dear2008
The hosted network mode has been set to allow.
The SSID of the hosted network has been successfully changed.
The user key passphrase of the hosted network has been successfully changed.





2.C:\Users\joe>netsh wlan start hostednetwork
The hosted network started.






อ้างอิงจาก
http://hs7wmu.wordpress.com/2012/04/25/%E0%B9%81%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B9%8C-internet-%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81-aircard-%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99-wifi-%E0%B8%9A%E0%B8%99-notebook/



เปลียนโน้ตบุ๊ก Windows 7 เป็น Wi-Fi Hotspot คราวนี้มาดูเทคนิคขั้นเทพกันอีกสักทิปนะครับ คุณผู้อ่านอาจจะไม่ทราบว่า Windows 7 มาพร้อมกับคุณสมบัติใหม่ที่เรียก Virutal Wi-Fi หรือ “ไวไฟเสมือน” (แปลแล้วช่วยให้เข้าใจขึ้นไหมเนี่ย?) ซึ่งมันสามารถเปลียนพีซี หรือโน้ตบุ๊กของคุณให้กลายเป็น”เราท์เตอร์”ที่ทำงานด้วยซอฟต์แวร์ โดยอุปกรณ์ไวไฟอื่นๆ ที่อยู่ภายในรัศมี ไม่ว่าจะเป็น เดสก์ทอป หรือโน้ตบุ๊กของคนอื่นๆ รวมถึงไอโฟน จะมองโน้ตบุ๊กของคุณเป็นฮอตสป๊อตทีพวกเขาสามารถล็อกออน และแชร์การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทันที อย่างไรก็ตามฟังก์ชันนี้จะใช้งานได้ก็ต่อเมื่อไดรเวอร์ของอะแดปเตอร์ไร้สายในเครื่องคอมพิวเตอร์สนับสนุน ดังนั้นก่อนใช้งานในลักษณะนี้ แนะนำให้ตรวจสอบระบบทีใช้จากเว็บไซต์ผู้ผลิต พร้อมทั้งอัพเดตไดรเวอร์ด้วย สำหรับขั้นตอนการเซตอัพ Virtual Wi-Fi มีดังนี้
    1. พิมพ์คำสั่ง cmd ในช่อง Search ของปุ่ม Start
    2. คลิกขวาบนชื่อ cmd.exe เลือกคำสั่ง Run as administrator

  1. พิมพ์คำสั่ง netsh wlan set hostednetwork mode=allow ssid=ชื่อเน็ตเวิร์ก key=พาสเวิร์ด แล้วกดปุ่ม Enter
  2. พิมพ์คำสั่ง netsh wlan start hostednetwork ระบบจะให้บริการในการเชื่อมต่อ โดยจะเข้ารหัสด้วย WPA2
  3. ตรวจสอบการเชื่อมต่อเครือข่ายด้วย Virtual Wi-Fi ได้จากใน Wireless Network Connection ใน Network Connections of Network and Internet โดยจะแสดงชื่อบริการของดีไวซ์เป็น Microsoft Virtual WiFi Miniport Adaptor
  4. ขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นการเปิดให้การเชื่อมต่อเน็ตผ่านเราท์เตอร์ (เดสก์ทอป หรือโน้ตบุ๊กของเราทีเปิดบริการ Virtual Wi-Fi) กับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ โดยคลิกขวาบนไอคอน Inernet Connection เลือกคำสั่ง Properties ในแท็บ Sharing ให้คลิกเลือกเช็คบ๊อกซ์หน้าข้อความ “Allow other network users to connect through this conmputer’s internet connection” แล้วเลือกดีไวซ์ของเราที่เป็น Virtual Wi-Fi จากในดรอปดาวน์ลิสต์บ๊อกซ์ที่อยู่ใกล้กัน
เพียงแค่นี้คุณก็สามารถเปลี่ยนพีซีของคุณให้กลายเป็นเราท์เตอร์ไรสายได้แล้ว สำหรับผู้อ่านที่สนใจการใช้งานในลักษณะนี้ อย่าลืมตรวจสอบก่อนนะครับว่าไดรเวอร์ของการ์ดเน็ตเวิร์กที่ใช้อยู่ในระบบสนับสนุนการทำงานในลักษณะดังกล่าว หรือไม่?
จากนั้นเพื่อความสะดวกในการใช้งาน ให้ไป Download โปรแกรม Maryfi มา setup ลง notebook ซึ่งจะเป็นโปรแกรมที่ช่วยใน share internet ของเราได้ง่ายขึ้นไม่ยุ่งยาก http://maryfi.en.softonic.com/